เทียบชัด รีไฟแนนซ์รถที่เดิม vs ที่ใหม่ เลือกแบบไหนคุ้มกว่า
การรีไฟแนนซ์รถเป็นหนึ่งในทางเลือกยอดฮิตสำหรับคนมีรถที่ต้องการเงินก้อนไปหมุนเวียน หรือต้องการลดภาระค่างวดในแต่ละเดือนให้เบาลง แต่ระหว่างตัดสินใจอาจเกิดความลังเลใจ และสงสัยว่า ควรเลือกทำกับสถาบันการเงินเดิม หรือตัดสินใจย้ายไฟแนนซ์รถยนต์ไปที่ใหม่ แบบไหนจะดีกว่ากัน แบบไหนจะตอบโจทย์ความคุ้มค่าและประหยัดเวลาได้มากกว่า วันนี้ ทิสโก้ ออโต้แคช ะรวบรวมข้อมูลเปรียบเทียบแบบชัด ๆ เพื่อเป็นตัวช่วยให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้น
รีไฟแนนซ์รถคืออะไร ทำไมคนมีรถถึงควรศึกษาไว้
การรีไฟแนนซ์รถ คือ การขอสินเชื่อก้อนใหม่จากสถาบันการเงิน (ไม่ว่าจะเป็นที่เดิมหรือที่ใหม่) เพื่อนำเงินก้อนนี้ไปชำระหนี้ก้อนเก่าที่ยังค้างอยู่ให้หมดไป หรือในกรณีที่ผ่อนหมดแล้วก็คือการนำเล่มทะเบียนรถไปเป็นหลักประกันเพื่อแลกกับเงินสดออกมาหมุนเวียนใช้จ่าย
จุดประสงค์หลักที่คนส่วนใหญ่นิยมรีไฟแนนซ์ แบ่งออกเป็น 2 กรณีหลัก ๆ คือ
- ต้องการลดภาระค่างวดต่อเดือน: เมื่อผ่อนรถไปได้ระยะหนึ่ง ยอดหนี้เงินต้นจะลดลง การทำสัญญาใหม่จะช่วยยืดระยะเวลาการผ่อนชำระออกไปให้นานขึ้น หรืออาจได้อัตราดอกเบี้ยที่ถูกลง ทำให้ค่างวดที่ต้องจ่ายในแต่ละเดือนลดลงตามไปด้วย ช่วยเพิ่มสภาพคล่องในชีวิตประจำวันน
- ต้องการเงินก้อนส่วนต่าง: หากราคากลางของรถยนต์ในตลาด ณ ปัจจุบัน เมื่อประเมินแล้วมีมูลค่าสูงกว่ายอดหนี้คงเหลือที่คุณติดอยู่ คุณจะได้รับ “เงินส่วนต่าง” เพื่อนำไปใช้จ่ายอเนกประสงค์ ไม่ว่าจะเป็นการต่อยอดธุรกิจ จ่ายค่าเทอม หรือเป็นค่ารักษาพยาบาล กล่าวคือเป็นค่าใช้จ่ายจำเป็นที่จะต้องจ่าย
รีไฟแนนซ์รถกับที่เดิม (ไม่ย้ายไฟแนนซ์รถยนต์) ดีอย่างไร
เมื่อมีความคิดที่จะปรับโครงสร้างหนี้ หรือต้องการเงินก้อน ตัวเลือกแรกที่หลายคนนึกถึงคือการติดต่อสถาบันการเงินที่ตัวเองกำลังผ่อนชำระอยู่ ซึ่งการเลือกใช้บริการกับที่เดิมโดยไม่ย้ายไฟแนนซ์รถยนต์นั้น มีจุดเด่นและข้อสังเกตที่คุณควรพิจารณา ดังนี้
ข้อดีของการรีไฟแนนซ์รถที่เดิม
- อนุมัติไว ประหยัดเวลา: เนื่องจากสถาบันการเงินเดิมมีฐานข้อมูลของคุณอยู่แล้ว ทั้งประวัติการผ่อนชำระ เอกสารประจำตัว และข้อมูลรถยนต์ ทำให้ขั้นตอนการตรวจสอบประวัติเครดิต หรือการขอเอกสารเพิ่มเติมลดลงไปได้มาก ส่งผลให้การพิจารณาอนุมัติทำได้อย่างรวดเร็ว บางแห่งอาจใช้เวลาเพียง 1-3 วันทำการเท่านั้น
- ขั้นตอนไม่ยุ่งยาก: บางกรณีคุณไม่ต้องปวดหัวกับการเตรียมเอกสารชุดใหม่ทั้งหมดแบบจัดเต็ม หรือ ไม่ต้องนัดหมายเจ้าหน้าที่มาตรวจสภาพรถยนต์ใหม่
- ประหยัดค่าใช้จ่ายช่วงเริ่มต้น: การไม่ย้ายไฟแนนซ์รถยนต์ ช่วยให้คุณไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมบางอย่าง เช่น ค่าธรรมเนียมการโอนเล่มทะเบียนข้ามสถาบันการเงิน หรือค่าปรับกรณีปิดบัญชีก่อนกำหนด (ในกรณีที่สัญญาเก่ายังไม่ครบกำหนดตามเงื่อนไข)
ย้ายไฟแนนซ์รถยนต์ไปที่ใหม่ คุ้มค่ากว่าจริงไหม
บริการสินเชื่อ มีสถาบันการเงินมากมายที่แข่งขันกันออกแคมเปญเพื่อดึงดูดลูกค้า การตัดสินใจย้ายไฟแนนซ์รถยนต์ไปยังสถาบันการเงินแห่งใหม่ จึงเป็นอีกทางเลือกที่เปิดโอกาสให้คุณได้รับผลประโยชน์สูงสุด
ข้อดีของการย้ายไฟแนนซ์รถยนต์
- ได้อัตราดอกเบี้ยที่ถูกกว่า: นี่คือเหตุผลหลักที่คนส่วนใหญ่ตัดสินใจย้ายไฟแนนซ์รถยนต์ เพราะสถาบันการเงินแห่งใหม่มักจะเสนอโปรโมชันอัตราดอกเบี้ยพิเศษสำหรับลูกค้าใหม่หรือลูกค้าที่ย้ายค่ายมา
- โอกาสได้ยอดจัดสูงกว่า: สถาบันการเงินแต่ละแห่งมีเกณฑ์การประเมินราคากลางและเงื่อนไขการให้วงเงิน (LTV) ที่แตกต่างกัน การย้ายไปที่ใหม่อาจทำให้คุณได้รับยอดจัดที่สูงขึ้น ส่งผลให้มี “เงินก้อนส่วนต่าง” เหลือกลับมาใช้จ่ายได้มากขึ้น
- ปรับเปลี่ยนเงื่อนไขได้ยืดหยุ่นขึ้น: คุณสามารถเลือกสถาบันการเงินที่ให้ระยะเวลาการผ่อนชำระที่ยาวนานขึ้น หรือมีเงื่อนไขการโปะปิดบัญชีที่ยืดหยุ่นกว่า ตอบโจทย์แผนการเงินระยะยาวของคุณได้ดีกว่าเดิม
ค่าใช้จ่ายแฝงที่ต้องรู้ก่อนตัดสินใจย้าย
แม้การย้ายไฟแนนซ์รถยนต์จะดูคุ้มค่าในแง่ของดอกเบี้ยและวงเงิน แต่สิ่งที่คุณต้องนำมาคำนวณร่วมด้วยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ คือ “ค่าใช้จ่ายแฝง” ในการทำธุรกรรม ซึ่งประกอบไปด้วย
- ค่าปรับปิดบัญชีก่อนกำหนด: หากคุณผ่อนรถกับที่เดิมยังไม่ถึงระยะเวลาที่กำหนด (เช่น ยังไม่ถึง 1 ปี หรือไม่ถึงครึ่งทางของสัญญา) อาจโดนเรียกเก็บค่าธรรมเนียมส่วนนี้
- ค่าธรรมเนียมโอนเล่มทะเบียน: เมื่อเปลี่ยนสถาบันการเงิน จะต้องมีการเปลี่ยนชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์ในเล่มทะเบียน ซึ่งจะมีค่าใช้จ่ายที่กรมการขนส่งทางบก กรณีเลือกไฟแนนซ์รถรูปแบบโอนเล่มทะเบียน
- ค่าตรวจสภาพและประเมินราคารถ: ที่ใหม่จะต้องส่งเจ้าหน้าที่มาตรวจสภาพรถยนต์ของคุณเพื่อประเมินราคาใหม่
- ค่าประกันภัยรถยนต์: บางสถาบันการเงินอาจบังคับให้ทำประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 หรือชั้นอื่นๆ กับบริษัทประกันในเครือข่ายของตนเอง ซึ่งอาจเป็นรายจ่ายก้อนใหญ่ที่คุณต้องเตรียมสำรองไว้
- ค่าอากรแสตมป์และค่าธรรมเนียมอื่นๆ: เป็นค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ดในการทำสัญญาใหม่
สรุปชัดๆ ควรเลือกที่เดิม หรือ ย้ายไฟแนนซ์รถยนต์ดี
เพื่อให้เห็นภาพที่ชัดเจนยิ่งขึ้น และช่วยให้คุณตัดสินใจได้ง่ายขึ้น ลองพิจารณาเช็กลิสต์ความต้องการของคุณดูว่าตรงกับกลุ่มไหนมากที่สุด
ใครบ้างที่เหมาะกับ “ที่เดิม”
- ผู้ที่ต้องการเงินด่วน: ไม่อยากรอคอยขั้นตอนการตรวจรถ หรือรอการประเมินเอกสารที่ใช้เวลานาน
- ผู้ที่ต้องการความสะดวกสบาย: ไม่อยากวุ่นวายกับการเตรียมเอกสารใหม่ทั้งหมด หรือจัดการเรื่องโอนเล่มทะเบียนที่กรมการขนส่งสำหรับสินเชื่อรีไฟแนนซ์รถแบบโอนเล่มทะเบียน
- ผู้ที่ยอดหนี้เหลือน้อย: หากยอดหนี้คงเหลือไม่มากนัก การย้ายไฟแนนซ์รถยนต์อาจไม่คุ้มค่ากับค่าธรรมเนียมแฝงและเวลาที่เสียไป
ใครบ้างที่เหมาะกับ “การย้ายไฟแนนซ์รถยนต์”
- ผู้ที่ต้องการประหยัดดอกเบี้ยให้ได้มากที่สุด: มีเวลาในการหาข้อมูล เปรียบเทียบโปรโมชัน และยอมรับขั้นตอนที่อาจจะเพิ่มขึ้นได้แลกกับค่างวดที่ถูกลง
- ผู้ที่ต้องการเงินก้อนใหญ่กว่าเดิม: ต้องการสถาบันการเงินที่ให้ยอดจัดสูงๆ เพื่อนำส่วนต่างไปหมุนเวียนในธุรกิจ หรือแก้ปัญหาสภาพคล่อง
- ผู้ที่ผ่อนรถมาเกินครึ่ง: ทำให้ไม่ต้องเสียค่าปรับในการปิดบัญชีก่อนกำหนดกับไฟแนนซ์เดิม ทำให้การย้ายค่ายมีความคุ้มค่ามากกว่า
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการรีไฟแนนซ์และย้ายไฟแนนซ์รถยนต์
ย้ายไฟแนนซ์รถยนต์ ต้องเสียค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง
การย้ายไฟแนนซ์รถยนต์จะมีค่าใช้จ่ายเบื้องต้น ได้แก่ ค่าโอนทะเบียนรถ, ค่าตรวจสภาพและประเมินราคารถ, ค่าอากรแสตมป์ และอาจมีค่าธรรมเนียมการปิดบัญชีล่วงหน้าจากไฟแนนซ์เดิม (หากมี) ควรนำค่าใช้จ่ายเหล่านี้มาคำนวณรวมกับอัตราดอกเบี้ยใหม่ที่ได้รับ เพื่อเช็กความคุ้มค่าก่อนตัดสินใจเสมอ
ผ่อนรถยังไม่หมด สามารถรีไฟแนนซ์รถได้ไหม
สามารถทำได้ เรียกว่าการรีไฟแนนซ์รถที่ยังติดไฟแนนซ์อยู่ โดยสถาบันการเงินแห่งใหม่ (หรือที่เดิม) จะนำเงินก้อนไปปิดยอดหนี้คงเหลือกับที่เก่า และหากประเมินราคารถแล้วมีวงเงินเหลือ คุณก็จะได้รับเงินก้อนส่วนต่างนั้นมาโอนเข้าบัญชีเพื่อนำไปใช้จ่ายอเนกประสงค์ได้ทันที
รีไฟแนนซ์รถ หรือ ย้ายไฟแนนซ์ ใช้เวลากี่วันถึงจะได้เงิน
โดยปกติหากเอกสารครบถ้วน การรีไฟแนนซ์รถกับที่เดิมมักใช้เวลาพิจารณาอนุมัติและรับเงินเพียง 1-3 วันทำการ ส่วนการย้ายไฟแนนซ์รถยนต์ไปที่ใหม่อาจใช้เวลาประมาณ 3-7 วันทำการ เนื่องจากต้องมีขั้นตอนการตรวจสภาพรถ ประเมินราคา และจัดการเอกสารโอนย้ายกรรมสิทธิ์ข้ามสถาบันการเงิน
ถ้ารถเกิน 10 ปี ยังสามารถย้ายไฟแนนซ์รถยนต์ได้หรือไม่
สามารถทำได้ แต่จะขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของแต่ละสถาบันการเงิน บางแห่งรับรถอายุสูงสุดถึง 15 ปี หรือ 20 ปี แต่ผู้กู้ควรตรวจสอบอัตราดอกเบี้ยและยอดจัดที่อาจถูกปรับลดลงตามค่าเสื่อมสภาพและอายุการใช้งานของตัวรถร่วมด้วย เพื่อให้ได้ความคุ้มค่าที่สุด
สรุปบทความ
สรุปแล้วไม่ว่าคุณจะเลือกรีไฟแนนซ์รถกับที่เดิม หรือเลือกย้ายไฟแนนซ์รถยนต์ไปที่ใหม่ สิ่งสำคัญที่สุดคือการเปรียบเทียบความคุ้มค่า ทั้งในเรื่องของอัตราดอกเบี้ย ยอดจัดที่ได้รับ และค่าใช้จ่ายแฝงต่าง ๆ เพื่อให้ตอบโจทย์สถานการณ์ทางการเงินของคุณมากที่สุด
แน่นอนว่าเมื่อมีความจำเป็นต้องใช้เงินด่วน รถก็พร้อมจะเป็นตัวช่วยผ่านบริการสินเชื่อทะเบียนรถยนต์ จาก ทิสโก้ ออโต้แคช เราพร้อมดูแลทุกสถานการณ์ที่คุณจำเป็นต้องใช้เงิน เพียงมีรถ มีเล่มทะเบียน ปรึกษา ทิสโก้ ออโต้แคช โทร. 02-123-4000 หรือ แอดไลน์ @TISCOAutoCash เราพร้อมให้คำปรึกษาและช่วยเหลือเรื่องการเงินให้คุณทันทีค่ะ
กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว
สินเชื่อทะเบียนรถยนต์ อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง 12% – 24% ต่อปี
สินเชื่อโฉนดแลกเงิน อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง ตลอดอายุสัญญาปัจจุบันอยู่ที่ 11.85% – 16.95% ต่อปี
*เงื่อนไขและการพิจารณาสินเชื่อเป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด
กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว
สินเชื่อทะเบียนรถยนต์ อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง 12% – 24% ต่อปี
สินเชื่อโฉนดแลกเงิน อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง 11.85% – 16.95% ต่อปี
*เงื่อนไขและการพิจารณาสินเชื่อเป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด