รีไฟแนนซ์รถ vs รวมหนี้เป็นก้อนเดียว แบบไหนตอบโจทย์คุณ
รีไฟแนนซ์รถ กับ การรวมหนี้

รีไฟแนนซ์รถ vs รวมหนี้เป็นก้อนเดียว แบบไหนตอบโจทย์คุณ

ในยุคที่ค่าครองชีพปรับตัวสูงขึ้น ภาระหนี้สินจากหลายทางอาจทำให้สภาพคล่องทางการเงินของหลายคนต้องสะดุดลง การมีรถยนต์คู่ใจไม่ว่าจะปลอดภาระหรือกำลังผ่อนอยู่สามารถเป็นทางออกที่ดีเยี่ยมได้ ทว่าหลายคนยังคงสับสนระหว่างการเลือกรีไฟแนนซ์รถ กับการรวมหนี้เป็นก้อนเดียว ว่าทั้งสองวิธีนี้มีจุดประสงค์ที่แตกต่างกันอย่างไร และแบบไหนถึงจะคุ้มค่าที่สุด วันนี้ ทิสโก้ ออโต้แคช จะมาแนะนำและเปรียบเทียบความแตกต่างอย่างละเอียด เพื่อเป็นแนวทางให้คุณปลดล็อกภาระทางการเงินได้อย่างตรงจุด

รีไฟแนนซ์รถคืออะไรและเหมาะกับใคร

เมื่อพูดถึงการจัดการภาระหนี้ที่เกี่ยวกับรถยนต์ คำแรกที่หลายคนนึกถึงคือการรีไฟแนนซ์รถ ซึ่งเป็นกระบวนการขอกู้เงินก้อนใหม่จากสถาบันการเงิน (อาจจะเป็นที่เดิมหรือสถาบันการเงินแห่งใหม่ก็ได้) เพื่อนำไปชำระหนี้เช่าซื้อรถยนต์ก้อนเดิมที่ยังเหลืออยู่

จุดประสงค์หลักของการทำสิ่งนี้คือการปรับเปลี่ยนเงื่อนไขของสัญญาให้เอื้อประโยชน์ต่อผู้กู้มากขึ้น เช่น การขอลดอัตราดอกเบี้ยให้ถูกลง หรือการขยายระยะเวลาในการผ่อนชำระออกไปเพื่อให้ค่างวดในแต่ละเดือนลดลง และอาจเหลือส่วนต่างจากการรีไฟแนนซ์ที่สามารถนำมาใช้จ่ายในเรื่องจำเป็นได้

ข้อดีและจุดเด่นของการรีไฟแนนซ์รถยนต์

ค่างวดต่อเดือนลดลง: การยืดระยะเวลาการผ่อนชำระออกไป จะช่วยให้ภาระที่คุณต้องจ่ายในแต่ละเดือนเบาลง ทำให้มีเงินเหลือใช้จ่ายในส่วนอื่นของชีวิตประจำวันมากขึ้น

  • อัตราดอกเบี้ยถูกลง: หากคุณผ่อนรถไประยะหนึ่งแล้ว และสถาบันการเงินแห่งใหม่มีโปรโมชั่นอัตราดอกเบี้ยที่น่าสนใจกว่า การรีไฟแนนซ์รถจะช่วยให้คุณประหยัดดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายตลอดอายุสัญญาได้มาก
  • ได้เงินก้อนส่วนต่าง: ในกรณีที่ยอดหนี้คงเหลือของคุณน้อยกว่าราคาประเมินรถยนต์ในปัจจุบัน คุณสามารถขอวงเงินเพิ่มเติม (Top-up) จากส่วนต่างนี้ เพื่อนำเงินสดมาหมุนเวียนใช้จ่ายส่วนตัวหรือลงทุนเพิ่มเติมได้

ใครบ้างที่เหมาะกับการทำรีไฟแนนซ์?

การรีไฟแนนซ์รถจะตอบโจทย์อย่างยิ่งสำหรับคนที่ผ่อนรถมาระยะหนึ่ง (มักจะแนะนำให้ผ่อนมาแล้วเกิน 50% ของสัญญา) และเริ่มรู้สึกว่าค่างวดเดิมตึงมือเกินไป ต้องการเพิ่มสภาพคล่องในแต่ละเดือน หรือคนที่ต้องการเงินก้อนฉุกเฉินจำนวนหนึ่งไปหมุนเวียนในครอบครัวหรือธุรกิจ โดยที่ยังสามารถใช้งานรถได้ตามปกติ

การรวมหนี้เป็นก้อนเดียวด้วยรถ คืออะไร

การรวมหนี้เป็นก้อนเดียว (Debt Consolidation) โดยการใช้รถยนต์เป็นหลักทรัพย์ค้ำประกัน คือ สินเชื่อทะเบียนรถที่ออกแบบมาเพื่อแก้ไขปัญหาสำหรับผู้ที่มีภาระหนี้สินกระจัดกระจายอยู่หลายทาง โดยเฉพาะหนี้ที่ไม่มีหลักประกันและมีอัตราดอกเบี้ยสูงมาก เช่น หนี้บัตรเครดิต บัตรกดเงินสด หรือสินเชื่อส่วนบุคคล รวมทั้งหนี้นอกระบบ

วิธีการรวมหนี้ คือ คุณนำรถยนต์ที่คุณเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ (หรือกำลังผ่อนอยู่แต่มีส่วนต่างเหลือ) มาขอสินเชื่อ เพื่อนำเงินก้อนใหญ่ที่ได้รับไป “ปิดจบ” หนี้ที่ดอกเบี้ยสูงกว่า ทำให้เหลือภาระหนี้ที่ต้องผ่อนชำระกับสถาบันการเงินเพียงแห่งเดียวเท่านั้น และต้องไม่ก่อหนี้สินเพิ่มหลังจากนั้น

ข้อดีของการใช้รถเพื่อรวมหนี้

  • ดอกเบี้ยลดลงอย่างเห็นได้ชัด: ดอกเบี้ยของบัตรเครดิตมักจะสูงถึง 16% ต่อปี หรือสินเชื่อส่วนบุคคลอาจพุ่งไปถึง 25% ต่อปี ในขณะที่สินเชื่อที่มีรถเป็นหลักประกันจะมีอัตราดอกเบี้ยที่ถูกกว่ามาก การรวมหนี้เป็นก้อนเดียว จึงช่วยหยุดการจ่ายดอกเบี้ยแพง ๆ ได้ และมีหนทางปลดหนี้สินได้จริง
  • จ่ายที่เดียวจบ บริหารจัดการง่าย: คุณไม่ต้องปวดหัวกับการจำวันครบกำหนดชำระของบัตรแต่ละใบ ป้องกันปัญหาการจ่ายล่าช้า (Late Payment) ที่จะนำไปสู่ค่าปรับและดอกเบี้ยผิดนัดชำระ
  • รักษาสภาพคล่องและประวัติทางการเงิน: แทนที่จะต้องจ่ายขั้นต่ำบัตรเครดิตหลาย ๆ ใบจนเงินเดือนหมด การรวมหนี้จะช่วยให้ค่างวดโดยรวมลดลง และมีเงินเหลือใช้ในกระเป๋ามากขึ้น พร้อมกับมีอิสรภาพทางการเงินในอนาคต

ใครที่ควรพิจารณาการรวมหนี้เป็นก้อนเดียว

วิธีนี้เหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่กำลังเผชิญกับสภาวะทางการเงิน ดังต่อไปนี้

  • มีหนี้สินกระจัดกระจายหลายก้อน: ต้องคอยจดจำวันครบกำหนดชำระและรับผิดชอบค่างวดจากหลายสถาบันการเงิน ทำให้บริหารจัดการเงินได้ยากและเสี่ยงต่อการผิดนัดชำระ
  • เริ่มแบกรับภาระจ่ายขั้นต่ำไม่ไหว: ขาดสภาพคล่องทางการเงินในแต่ละเดือน จนเริ่มรู้สึกตึงมือและไม่สามารถชำระค่างวดได้เต็มจำนวนเหมือนเดิม
  • จ่ายเท่าไหร่เงินต้นก็ไม่ลดสักที: กำลังเผชิญกับอัตราดอกเบี้ยที่สูงมาก (เช่น หนี้บัตรเครดิต หรือบัตรกดเงินสด) ทำให้ค่างวดที่จ่ายไปในแต่ละเดือนตัดเงินต้นได้น้อยมากถูกนำไปตัดแค่ดอกเบี้ยเป็นหลัก
  • มีรถยนต์เป็นของตัวเอง (ปลอดภาระ หรือ ยังมีส่วนต่าง): หากคุณเข้าข่ายข้อใดข้อหนึ่งด้านบนและมีรถยนต์ การนำรถมาเปลี่ยนเป็นเงินก้อน เพื่อทำการรวมหนี้เป็นก้อนเดียว จะเป็นทางออกที่ช่วยปลดล็อกวิกฤตทางการเงินของคุณได้เป็นอย่างดี
รีไฟแนนซ์รถ กับ ใช้รถรวมหนี้ ต่างกันอย่างไร

เปรียบเทียบชัด ๆ รีไฟแนนซ์รถ กับ ใช้รถรวมหนี้ ต่างกันอย่างไร

เพื่อให้เห็นภาพที่ชัดเจนยิ่งขึ้น ลองมาดูตารางเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างสองวิธีนี้

หัวข้อการเปรียบเทียบ

การรีไฟแนนซ์รถ

การรวมหนี้เป็นก้อนเดียว

วัตถุประสงค์หลัก

เน้นการจัดการ “หนี้รถ” ให้ผ่อนสบายขึ้น หรือ เอาส่วนต่างมาหมุนเวียน

เน้นการจัดการ “หนี้อื่น ๆ” (เช่น บัตรเครดิต) ให้มารวมอยู่ที่เดียวกัน

อัตราดอกเบี้ย

ปรับลดลงจากสัญญาเช่าซื้อเดิม (ขึ้นอยู่กับโปรโมชั่น)

ถูกกว่าดอกเบี้ยบัตรเครดิต หรือ สินเชื่อส่วนบุคคลอย่างเห็นได้ชัด

ภาระหนี้หลังการกู้

ยอดหนี้รถอาจเพิ่มขึ้นเล็กน้อยถ้ารับเงินเพิ่ม หรือ ระยะเวลาเป็นหนี้นานขึ้น

ยอดหนี้รวมโดยรวมเท่าเดิม แต่งวดผ่อนต่อเดือนลดลง บริหารจัดการง่ายขึ้น

ความเหมาะสม

คนที่อยากลดค่างวดรถ หรือ ต้องการเงินก้อนฉุกเฉิน

คนที่มีหนี้บัตรหลายใบ จ่ายขั้นต่ำไม่ไหว ต้องการปิดหนี้ดอกเบี้ยสูง

ความต่างด้านวัตถุประสงค์หลัก

รีไฟแนนซ์รถ โฟกัสที่ตัวรถและสัญญาของรถเป็นหลัก เพื่อให้ตัวผู้กู้หายใจหายคอได้คล่องขึ้นจากค่างวดรถ แต่การรวมหนี้เป็นก้อนเดียวโฟกัสที่ภาพรวมของหนี้สินทั้งหมด โดยใช้รถเป็นเพียง “เครื่องมือ” ในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนดอกเบี้ยต่ำ เพื่อไปจัดการกับหนี้ก้อนอื่น ๆ

ความต่างด้านอัตราดอกเบี้ยและวงเงิน

ดอกเบี้ยของการรีไฟแนนซ์จะเป็นการต่อรองกับเรทของสินเชื่อรถยนต์ด้วยกันเอง ในขณะที่ดอกเบี้ยของการรวมหนี้ คือการเอาเรทของสินเชื่อรถยนต์ ไปสู้กับเรทของสินเชื่อไม่มีหลักประกัน (บัตรเครดิต) ซึ่งเห็นความต่างของตัวเลขเปอร์เซ็นต์ดอกเบี้ยได้อย่างชัดเจนกว่ามาก

ความต่างด้านภาระหนี้หลังการกู้

การทำรีไฟแนนซ์อาจหมายถึงการยืดอายุความเป็นหนี้รถออกไป แต่ได้ความสบายใจในแต่ละเดือนกลับมา ส่วนการรวมหนี้ คุณไม่ได้สร้างหนี้เพิ่ม เพียงแต่ย้ายก้อนหนี้จากหลาย ๆ ที่ มารวมไว้ที่เดียวเพื่อการจัดการที่ง่ายและประหยัดดอกเบี้ยที่สุด

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการนำรถมาหมุนเวียนเงิน

รถที่ยังผ่อนไม่หมด สามารถนำมาทำเรื่องรวมหนี้ได้หรือไม่?

สามารถทำได้ โดยสถาบันการเงินจะประเมินราคาตัวรถในปัจจุบัน เทียบกับยอดหนี้เช่าซื้อที่ยังเหลืออยู่ หากมีส่วนต่างเหลือเพียงพอ คุณสามารถทำเรื่องรีไฟแนนซ์รถและขอวงเงินส่วนต่าง (Top-up) นั้น เพื่อนำไปรวมหนี้เป็นก้อนเดียว และปิดยอดหนี้บัตรต่าง ๆ ได้

ดอกเบี้ยรถยนต์ กับ ดอกเบี้ยบัตรเครดิต ต่างกันมากแค่ไหนเมื่อรวบหนี้

ต่างกันค่อนข้างมาก โดยปกติแล้วดอกเบี้ยบัตรเครดิตและบัตรกดเงินสดจะคิดแบบลดต้นลดดอก อยู่ที่ประมาณ 16% – 25% ต่อปี ในขณะที่สินเชื่อทะเบียนรถยนต์ หรือสินเชื่อรีไฟแนนซ์ จะมีอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำกว่าพอสมควร (ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของแต่ละสถาบันการเงินและอายุรถ) การย้ายหนี้มาไว้กับรถจึงช่วยหยุดภาระดอกเบี้ยมหาโหดได้แบบอยู่หมัด

ค่าใช้จ่ายแฝงในการโอนย้ายไฟแนนซ์ หรือ ขอสินเชื่อใหม่ มีอะไรบ้าง

การทำธุรกรรมย่อมมีค่าใช้จ่ายดำเนินการที่ต้องนำมาคำนวณความคุ้มค่าด้วย เช่น ค่าธรรมเนียมการจัดการสินเชื่อ, ค่าตรวจสภาพรถยนต์, ค่าอากรแสตมป์, ค่าธรรมเนียมการโอนกรรมสิทธิ์ที่กรมการขนส่งทางบก รวมถึงค่าเบี้ยประกันภัยรถยนต์ (ในกรณีที่ประกันเดิมหมดอายุหรือเงื่อนไขไม่ตรงตามกำหนด) ควรสอบถามรายละเอียดเหล่านี้จากเจ้าหน้าที่ให้ครบถ้วนก่อนตัดสินใจ

สรุปการรีไฟแนนซ์รถและการรวมหนี้เป็นก้อนเดียว

สรุปแล้ว ทั้งการรีไฟแนนซ์รถและการรวมหนี้เป็นก้อนเดียว ล้วนมีข้อดีที่ตอบโจทย์ปัญหาการเงินในมุมที่ต่างกัน ขึ้นอยู่กับว่าคุณต้องการลดภาระค่างวดรถ หรือต้องการนำเงินก้อนไปเคลียร์หนี้ดอกเบี้ยสูงให้จบในที่เดียว ดังนั้นเมื่อมีความจำเป็นต้องใช้เงินด่วน ในเหตุจำเป็นจริง ๆ รถก็พร้อมจะเป็นตัวช่วยผ่านบริการสินเชื่อทะเบียนรถยนต์ จาก ทิสโก้ ออโต้แคช ที่พร้อมดูแลคุณในทุกวิกฤตการเงิน ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 02-123-4000 หรือ แอดไลน์ @TISCOAutoCash เราพร้อมให้คำปรึกษาและช่วยเหลือเรื่องการเงินให้คุณทันที

กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว

สินเชื่อทะเบียนรถยนต์ อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง 12% – 24% ต่อปี
สินเชื่อโฉนดแลกเงิน อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง ตลอดอายุสัญญาปัจจุบันอยู่ที่ 11.85% – 16.95% ต่อปี 
*เงื่อนไขและการพิจารณาสินเชื่อเป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด

กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว

สินเชื่อทะเบียนรถยนต์ อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง 12% – 24% ต่อปี
สินเชื่อโฉนดแลกเงิน อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง 11.85% – 16.95% ต่อปี
*เงื่อนไขและการพิจารณาสินเชื่อเป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด

ไอคอน PDPA

เว็บไซต์นี้มีการจัดเก็บคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้งานเว็บไซต์ของท่านให้ดียิ่งขึ้น และนำเสนอโฆษณาที่เกี่ยวข้องและตรงกับความสนใจของท่าน โดยท่านสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้จาก นโยบายการใช้คุกกี้ กรุณากดยอมรับเพื่อยินยอมให้เราใช้คุกกี้ และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้ที่จำเป็น

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

บันทึกการตั้งค่า